Google Demand Gen คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการ Google Ads ในปี 2026 ครับ หลายคนบ่นว่า “ยิง Google Search แล้วยอดตัน” เพราะลูกค้ามีจำกัดใช่ไหมครับ? แต่วันนี้ Google ไม่ได้รอให้ลูกค้ามาค้นหาอีกต่อไปแล้ว แต่ Google กำลังจะออกไป “สร้างความอยาก” (Demand) ให้ลูกค้าเห็นแล้วเกิดกิเลสจนต้องกดซื้อ เหมือนที่เราไถฟีด Facebook หรือ TikTok ครับ
นี่คือร่างอัปเกรดของ Discovery Ads ที่ทรงพลังกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มพื้นที่แสดงผลบน YouTube Shorts และเครื่องมือ AI ที่ฉลาดล้ำ วันนี้ Project John จะพาคุณไปเจาะลึกว่าแคมเปญนี้ทำงานยังไง และจะใช้มันระเบิดยอดขายได้ยังไงครับ
สารบัญบทความ (เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ)
Google Demand Gen คืออะไร? ต่างจาก Discovery ยังไง?
อธิบายง่ายๆ คือ Google Demand Gen คือแคมเปญที่เน้น “Visual & Social” ครับ
ถ้า Search Ads คือการ “รอรับ” คนที่มีปัญหา (Pull Strategy) เจ้า Demand Gen Campaigns คือการ “รุก” เข้าไปหาคนใหม่ๆ (Push Strategy) ด้วยภาพและวิดีโอที่สวยงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจตั้งแต่ยังไม่ทันคิดจะซื้อ
สิ่งที่อัปเกรดจาก Discovery Ads เดิม:
- รองรับ Video: ใส่คลิปวิดีโอได้แล้ว (เดิมได้แค่รูปภาพ)
- YouTube Shorts: ไปโผล่ในฟีด Shorts ได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ Traffic มหาศาลที่สุดตอนนี้
- Bidding หลากหลาย: เลือกได้ทั้ง Maximize Conversions, Maximize Clicks และ Target ROAS
โฆษณาไปโผล่ที่ไหนบ้าง? (Touchpoints)
ความคุ้มค่าของแคมเปญนี้คือ “ยิง 1 ได้ถึง 3” พื้นที่บันเทิงของ Google ครับ:
- YouTube: ทั้งหน้า Feed, In-Stream และพระเอกอย่าง Shorts
- Discover: หน้าข่าวสารที่ขึ้นมาเวลาเราเปิดแอป Google (พื้นที่นี้คนชอบอ่านคอนเทนต์)
- Gmail: แท็บ Promotions และ Social ในอีเมล (เข้าถึงคนทำงานได้ดีมาก)
📌 ทำไมต้องแคร์?
Google บอกว่า 91% ของผู้ใช้งาน จะทำ Action บางอย่าง (ค้นหา/ซื้อ) ทันทีหลังจากเจอแคมเปญ Demand Gen เพราะมันเข้าไปแทรกอยู่ในช่วงเวลาที่เขา “ผ่อนคลายและเปิดรับ” ข้อมูลที่สุดครับ
ไม้ตายก้นหีบ: Lookalike Segments กลับมาแล้ว!
นี่คือสิ่งที่คนยิงแอดรอคอยครับ! ใน Google Demand Gen เราสามารถสร้าง Lookalike Segments ได้เหมือน Facebook เลย!
คุณสามารถอัปโหลดรายชื่อลูกค้าเก่า (Customer List) ลงไป แล้วสั่งให้ Google ไปหา “คนที่หน้าตาคล้ายลูกค้าเก่า” มาให้หน่อย ซึ่ง AI ของ Google แม่นยำมากเพราะมีข้อมูลจาก Search History และ YouTube History อยู่ในมือ
เทคนิคทำคอนเทนต์ให้ปังใน Demand Gen
เนื่องจากมันเป็นแคมเปญที่เน้น Visual ดังนั้น “รูปต้องสวย คลิปต้องโดน” ครับ
- YouTube Shorts: ใช้คลิปแนวตั้ง (9:16) ยาวไม่เกิน 60 วินาที เน้นความเร็วและความบันเทิง
- Image Carousel: ใช้รูปภาพเล่าเรื่องเป็นอัลบั้ม (เหมือนยิง Carousel ใน Facebook) เหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือของกิน
- Call to Action: อย่าลืมปุ่มกดที่ชัดเจน เช่น “Shop Now” หรือ “Sign Up”
สรุป: ควรเริ่มใช้เมื่อไหร่?
ถ้าแคมเปญ Search ของคุณเริ่มนิ่ง หรือค่าคลิกเริ่มแพงเกินไป การเปิด Google Demand Gen ควบคู่กันไป จะช่วยเติมลูกค้าใหม่ๆ เข้าสู่ Funnel ของคุณได้อย่างดีเยี่ยมครับ เป็นการขยายฐานลูกค้าที่คู่แข่งหลายคนยังทำไม่เป็น!
อยากขยายฐานลูกค้า แต่ตั้งค่า Demand Gen ไม่ถูก?
คอร์สเรียน Google Ads (Beginner to Expert)
สอนหมดเปลือกตั้งแต่พื้นฐาน Search ยันเทคนิคขั้นสูงอย่าง Demand Gen และ Performance Max เรียนจบยิงเป็นทันที ไม่ต้องงมเอง:
ไม่มีเวลาดูแลแอดเอง?
ให้ทีมงานมืออาชีพดูแลแคมเปญให้คุณ เราเชี่ยวชาญการวางกลยุทธ์ Full Funnel ทั้ง Google, Facebook และ TikTok เพื่อยอดขายที่ยั่งยืน:
โลกการตลาดหมุนเร็วมากครับ ใครเริ่มใช้ Google Demand Gen ก่อน ก็โกยลูกค้าไปก่อน ลุยเลยครับ! 🚀

